ปีนเอเวอเรสต์ ความฝันสูงสุดของนักไต่เขา

ปีนเอเวอเรสต์ ความฝันสูงสุดของนักไต่เขา

การปีนเขาถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คนชอบการผจญภัยชื่นชอบมาก ยิ่งถ้าได้ปีนเขาสักครั้งหนึ่งแล้วเกิดความชอบขึ้นมา สิ่งที่ตามต่อมาก็คือ การหาโอกาสปีนเขาที่สูงและยากขึ้นเพื่อวัดความท้าทายของตัวเองให้มากขึ้น แน่นอนว่าพอถึงที่สุดแล้ว การไปจุดสูงสุดของโลกบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ย่อมเป็นความฝันสูงสุดของนักไต่เขาทุกคน

ปีนเอเวอร์เรสต์ ความฝันสูงสุดของนักไต่เขา

อย่างที่เราบอกไปว่า หากเราสนใจในการปีนเขา เชื่อว่าพอเราปีนได้สักระยะมีประสบการณ์มากพอ เราย่อมมองไปถึงจุดสูงสุดของการปีนเขา นั่นก็คือการปีนขึ้นไปจุดสูงสุดของโลกให้ได้นั่นก็คือ การปีนเอเวอร์เรสต์ สิ่งนี้เป็นความฝันสูงสุดเลยเนื่องจากยอดเขาเอเวอร์เรสต์นั้นเป็นจุดสูงสุดของโลก ตามข้อมูลบอกว่า ยอดเขาเอเวอร์เรสต์นั้นมีความสูงอยู่ที่ 8,848 หรือ 29,029 ฟุต จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดสูงสุดที่เราเรียกกันว่าหลังคาโลกเลย

การเดินทางสู่เอเวอร์เรสต์

หากเราต้องการจะปีนเขาเอเวอร์เรสต์นั้น ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้หมายความว่าอยากปีนก็ปีนได้เลย เราต้องฝึกฝนการปีนมาพอสมควร ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองเวลาปีนสถานการณ์จริง สำหรับการเดินทางสู่เขาเอเวอร์เรสต์นั้นไม่ง่ายเลย ต้องมีทั้งเงิน โชค รวมกัน การเดินทางสู่ยอดเขา เราอธิบายแบบง่ายก็คือ นั่งเครื่องลงที่เมือง จากนั้นก็ต้องเดินจากเมือง เข้าไปสู่เบสแคมป์ก่อนขึ้นเขา อีกประมาณ 2-3 วัน จากนั้นก็ทำพิธีและเตรียมความพร้อม ก่อนจะได้ขึ้นไปเขาเอเวอร์เรสต์ ซึ่งระหว่างทุกเส้นทางแต่ละจุดนั้น ต้องอาศัยโชคตรงที่ว่า สภาพอากาศจะต้องปลอดโปร่งและเป็นใจด้วย แม้ว่าตอนนี้จะมีการพยากรณ์อากาศดีขึ้น แต่บางครั้งอากาศก็แปรปรวนจนเราปรับตัวไม่ทัน จนต้องหยุดรอก่อนจะออกเดินทางไปยังจุดต่อไปด้วยความปลอดภัยเป็นหลัก

วินาทีจุดสูงสุดของโลก

จากความทันสมัยของเครื่องไม้ เครื่องมือของการปีนเขา ทำให้การปีนเขาทำได้มากขึ้น ถามว่าจากการเดินทางอันยากลำบากนับสัปดาห์ อะไรเป็นของขวัญสำหรับคนที่ขึ้นไปพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ได้ คำตอบก็คือ วินาทีที่เราเหมือนกับได้รับชัยชนะจากการขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของโลก ลองนึกภาพว่า วินาทีที่เราได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกแม้จะเพียงแค่ 5-10 วินาที เพียงแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับการซึมซับชัยชนะดังกล่าวแล้ว เรียกได้ว่า เวลาเล็กน้อยจดจำชั่วชีวิต ว่างั้นก็ได้ เพราะนี้คือจุดสูงสุดของนักปีนเขาที่คงไม่มีที่ไหนอีกแล้ว

การเดินทางอันยากลำบาก

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวที่เสี่ยงอันตรายระดับโลกแห่งนี้ทำได้ง่ายมากขึ้น บวกกับ ไกด์นำทางมีความชำนาญมากขึ้น ทำให้การพาคนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของโลกไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป พวกเราสามารถเอาชนะธรรมชาติได้บ้างแล้ว แต่สิ่งที่น่ากลัว และยากลำบากที่สุดในตอนนี้ของการขึ้นเขาเอเวอร์เรสต์ นั่นก็คือ การจราจรติดขัดบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ที่ตอนนี้มีคนไปยืนต่อคิวเพื่อจะขึ้นไปสัมผัสยอดเขาเยอะมากจากข่าวที่ออกมา บางวันคนรอนานถึง ชั่วโมงครึ่งก็มี ซึ่งการไปยืนรอตรงนั้นเป็นเวลานานไม่ใช่เรื่องดีเลยเนื่องจาก ออกซิเจน บนนั้นน้อยมาก จนทำให้ไม่แปลกที่มีคนตายมากขึ้นจากการปีนขึ้นไปบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ สาเหตุที่คนเยอะขึ้นมาก มาจากการไม่ควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวของทางเนปาลเองด้วยที่ทำให้บริษัททัวร์ขยายตัวมากขึ้น หากจะไปเที่ยวก็ต้องระวังในเรื่องนี้ด้วย